Doctor's Perspective
EN/TH/CN/JP

นวัตกรรม AI ของไทยจะช่วยลดภาระระบบสาธารณสุขได้อย่างไร — มุมมองจากหมอกวาง

มุมมองส่วนตัวของหมอกวางต่อการนำนวัตกรรม AI และดิจิทัลเฮลท์ที่พัฒนาโดยคนไทย — เทเลเมดิซีน การส่งยาถึงบ้าน AI คัดกรองผู้ป่วย และการแชร์ข้อมูลระหว่างโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย — มาช่วยลดภาระบุคลากร ลดความแออัด และเพิ่มความสะดวกให้คนไข้

Dr. Waleerat Thaweebanchongsin – Aesthetic Physician — VERZO Clinic

Dr. Waleerat Thaweebanchongsin

Aesthetic Physician — VERZO Clinic

8 min read
Doctor's Perspective
Digital Health
AI in Healthcare
Telemedicine
Patient Experience
Thai Healthcare
Dr. Waleerat

นวัตกรรม AI ของไทย จะช่วยลดภาระระบบสาธารณสุขได้อย่างไร

นี่เป็นมุมมองส่วนตัวค่ะ ไม่ใช่เอกสารเชิงนโยบาย เป็นเพียงความคิดที่หมอกวางมีอยู่บ่อย ๆ เวลาเดินผ่านแผนกผู้ป่วยนอกที่แน่นขนัดตอน 8 โมงเช้า หรือเวลาที่คนไข้บอกว่าขอลางานครึ่งวัน ต่อคิว 2 ชั่วโมง เพื่อได้พบหมอเพียง 5 นาที

ระบบสาธารณสุขของไทยนั้นน่าทึ่งในมาตรฐานโลก คนทำงานข้างในระบบทำงานหนักจริง ๆ และความกดดันที่พวกเขาแบกรับก็เป็นความจริงเช่นกัน คิวที่ยาว บุคลากรที่ทำงานเกินกำลัง คนไข้ที่ต้องเดินทางไกลเพียงเพื่อมารับยาประจำ — สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ

หมอกวางคิดว่าประเทศไทยมีโอกาสเงียบ ๆ อยู่ตรงนี้: การใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัลที่เราพัฒนาเอง เพื่อแบ่งเบาภาระระบบ โดยไม่ทำให้ "ความเป็นมนุษย์" ในใจกลางของการดูแลผู้ป่วยหายไป

ขอแบ่งปันความคิดในมุมของแพทย์คนหนึ่งค่ะ

1. เทเลเมดิซีน สำหรับการติดตามผลและภาวะที่คงที่

ไม่ใช่ทุกการนัดต้องมาพบกันต่อหน้า คนไข้เบาหวานที่ค่าน้ำตาลคงที่ การติดตามผลผิวหนัง การเช็กหลังหัตถการ การพูดคุยด้านสุขภาพจิต — หลายกรณีดูแลได้อย่างปลอดภัยผ่านการพบกันแบบวิดีโอ 15 นาที

สิ่งที่จะเปลี่ยน:

  • คนไข้ไม่ต้องเสียเวลาทำงานทั้งวันหรือเสียค่าเดินทาง
  • แพทย์สามารถใช้ช่วงเวลาพบกันต่อหน้ากับเคสที่จำเป็นต้องตรวจร่างกายจริง ๆ
  • คนไข้ในต่างจังหวัดเข้าถึงแพทย์เฉพาะทางที่อาจต้องรอเป็นเดือน ๆ

ประเทศไทยมีอัตราการใช้สมาร์ทโฟนสูงอยู่แล้ว สิ่งที่เรายังต้องการคือการเชื่อมต่อกับระบบโรงพยาบาล และระบบเบิกจ่ายที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้แพทย์ถูกลงโทษเพราะเลือกรูปแบบที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้

2. การส่งยาถึงบ้านสำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับยาประจำ

สำหรับคนไข้ที่ใช้ยาระยะยาว — โรคเรื้อรัง ความดัน ผิวหนังที่ใช้ยาเดิมต่อเนื่อง — การเดินทางมาโรงพยาบาลในแต่ละครั้ง บ่อยครั้งเป็นเพียงเพื่อมารับใบสั่งยาที่ใช้มานานหลายปี

การส่งยาถึงบ้าน พร้อมการดูแลอุณหภูมิยาที่เหมาะสม และการยืนยันตัวตนที่รัดกุม จะช่วย:

  • ลดคิวห้องยาให้กับคนไข้ที่ต้องการคำปรึกษาเรื่องยาจริง ๆ
  • ลดความแออัดในห้องรอ (และความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่มาพร้อมกัน)
  • คืนเวลาให้กับผู้สูงอายุและผู้ดูแล

เทคโนโลยีนั้นไม่ซับซ้อน ส่วนที่ยากกว่าคือกระบวนการ — การยืนยันตัวตน การติดตามว่าคนไข้ใช้ยาตามแพทย์สั่งจริง และการเชื่อมข้อมูลกลับให้แพทย์ผู้สั่งยาทราบเมื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลง

3. AI ช่วยคัดกรองคนไข้ให้ตรงแผนก

หนึ่งในจุดติดขัดที่ถูกมองข้ามมากที่สุดในโรงพยาบาลของเราคือ คนไข้มาผิดประตู อาการที่ควรไป ENT กลับไปลงที่อายุรกรรม เด็กที่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมเด็กกลับเริ่มที่กุมารเวชทั่วไป ปัญหาผิวหนังที่ซับซ้อนถูกส่งผ่าน 3 แผนกก่อนจะถึงผู้เชี่ยวชาญที่ใช่

ผู้ช่วย AI คัดกรองที่ฝึกมาดี — ที่สร้างจากคำอธิบายอาการเป็นภาษาไทย ความชุกของโรคในประชากรไทย และผังแผนกของโรงพยาบาลจริง — สามารถช่วยให้คนไข้:

  • ตอบคำถามมีโครงสร้างสั้น ๆ ก่อนเดินทางมา
  • ถูกนำทางไปยังแผนกที่ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก
  • ไม่ต้องเช็กอินและลงทะเบียนซ้ำซ้อน

ขอย้ำให้ชัดว่า: AI ไม่ได้แทนที่การวินิจฉัยของแพทย์ มันเพียงแค่ช่วยให้คนไข้เข้าห้องที่ถูกต้องได้เร็วขึ้น

4. การส่งข้อมูลคนไข้ระหว่างสถานพยาบาลอย่างปลอดภัย

ข้อนี้หมอกวางรู้สึกแรงที่สุดค่ะ ทุกวันนี้ คนไข้ที่ส่งต่อจากโรงพยาบาลชุมชนไปโรงพยาบาลศูนย์ มักมาพร้อมแฟ้มกระดาษ — หรือไม่มีแฟ้มเลย — และต้องเล่าประวัติใหม่อีกครั้ง ผลแล็บถูกเจาะซ้ำ ภาพถ่ายรังสีถูกถ่ายซ้ำ ทั้งสองฝ่ายเสียทั้งเวลาและเงิน

ชั้นการแชร์ข้อมูลที่ใช้มาตรฐาน ผู้ป่วยให้ความยินยอม และเข้ารหัสระหว่างโรงพยาบาลในไทย จะช่วยให้:

  • แพทย์ที่รับเคสเห็นผลแล็บ ภาพถ่าย และยาเดิมได้ทันที
  • หลีกเลี่ยงการตรวจซ้ำซ้อน
  • จับปฏิกิริยาระหว่างยาที่อันตรายได้เร็วขึ้น
  • และ — สำคัญที่สุด — รักษาข้อมูลของคนไข้ให้เป็นความลับ และอยู่ภายใต้การควบคุมของคนไข้เอง

ชิ้นส่วนทางเทคนิค (มาตรฐานข้อมูลแบบ FHIR การเข้ารหัสแบบ end-to-end การให้ความยินยอมแบบละเอียด บันทึกการเข้าถึง) เป็นสิ่งที่วงการเข้าใจดีอยู่แล้วในระดับโลก คำถามสำหรับเราคือเรื่องการกำกับดูแล: ใครถือกุญแจ ใครตรวจสอบการเข้าถึง และคนไข้จะถอนความยินยอมได้อย่างไร เรื่องเหล่านี้แก้ได้ค่ะ เพียงต้องแก้โดยมีคนไข้อยู่ในห้องด้วย

ถ้า AI ที่สร้างโดยคนไทย จะออกมาในแบบที่หมอกวางอยากเห็น

ถ้าเราจะสร้างเครื่องมือเหล่านี้ — และหมอกวางหวังว่าเราจะสร้าง โดยทีมคนไทย — มีบางสิ่งที่สำคัญสำหรับหมอกวางในฐานะแพทย์:

  • ความเป็นส่วนตัวเป็นค่าตั้งต้น ข้อมูลคนไข้ไม่ใช่สินค้า
  • ฝึกบนข้อมูลของคนไทย ทั้งคำพูดของอาการ ความชุกของโรค ชื่อยา แม้กระทั่งวิธีที่คนไข้บรรยายความเจ็บปวด — ล้วนเป็นเรื่องท้องถิ่น
  • ออกแบบ "ร่วมกับ" บุคลากรหน้างาน ไม่ใช่ "ออกแบบให้" เครื่องมือดิจิทัลที่ดีที่สุดที่หมอกวางเคยใช้ ถูกหล่อหลอมโดยพยาบาลและเภสัชกรที่ต้องอยู่กับมันทุกวัน
  • เสริม ไม่ใช่แทนที่ แพทย์ AI ควรคืนเวลาให้แพทย์ได้อยู่กับคนไข้มากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง

ปิดท้ายอย่างเงียบ ๆ

หมอกวางไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี เป็นเพียงแพทย์คนหนึ่งที่ได้เห็นทุกสัปดาห์ ว่าระบบของเราใช้พลังงานไปกับงานเชิงโลจิสติกส์มากแค่ไหน — งานที่ซอฟต์แวร์ดี ๆ น่าจะดูแลให้ได้อย่างเงียบ ๆ เพื่อให้เวลาของมนุษย์ไปอยู่กับสิ่งที่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นทำได้ — การฟัง การตรวจ การตัดสินใจ และการปลอบประโลม

วิศวกรไทย นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลไทย และแพทย์ไทย รวมพลังกันสร้างสิ่งนี้ได้แน่นอน หมอกวางหวังว่าเราจะลงมือทำ

— พญ.วลีรัตน์ (หมอกวาง)


นี่คือบันทึกส่วนตัวที่สะท้อนมุมมองของหมอกวางในฐานะแพทย์คนหนึ่ง ไม่ใช่แถลงการณ์เชิงนโยบาย และไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือทางเทคนิค

คำถามที่พบบ่อย

W

Dr. Waleerat Thaweebanchongsin

แพทย์หญิงวลีรัตน์ ทวีบรรจงสิน

เว็บไซต์ส่วนตัวและบันทึกจากแหล่งข้อมูลของแพทย์ นักเขียน วิทยากรนานาชาติ คุณแม่ และผู้ประกอบการ

ชีวประวัติ • บล็อกส่วนตัว • ช่องทางโซเชียลทางการ

© 2025 พญ.วลีรัตน์ ทวีบรรจงสิน · สงวนลิขสิทธิ์